รีวิว Becca First light primer VS backlight primer มันแตกต่างกันยังไง??

Becca Firstlight Primer and Becca Backlight Primer

ทุกคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ของสองตัวนี้มาบ้าง ไม่มากก็น้อย
แล้วมีใครเคยสงสัยเหมือนปุ๋ยมั้ยคะ
ไพร์มเมอร์เหมือนกัน แต่ว่า แล้วมันแตกต่างกันยังไงอ่ะ?

นี่คือสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง...
เคยถาม BA ใน sephora
pui: ไอสองตัวนี้ มันไม่เหมือนกันยังไงเหรอคะ...
ba: ตัวเฟิร์สไลท์นี่จะช่วยให้หน้าน้องดูสว่างง ไบรท์นะคะ ส่วนตัวแบคไลท์ จะช่วยให้หน้าดูโกล์ว ฉ่ำ สุขภาพดี
pui: อยากได้ทั้งสองอันรวมกัน ถ้าอย่างนั้น บีบทั้งสองอันรวมกันแล้วทาครั้งเดียวเลยได้มั้ยคะ?
ba: .....เอ่อ จะดีกว่าถ้าจะทาแยกเป็นตัวไปนะคะ
pui: .....ก็มันเลือกไม่ได้หนิหว่า = ="

แต่ก่อนอื่นต้องเกริ่นเลยว่า ถ้าไม่ได้ไปไหน (เพราะปุ๋ยทำงานที่บ้าน) ส่วนมากแล้วจะทาแค่ไพร์มเมอร์ มีกันแดดนิดหน่อย และแป้งเด็ก ไม่แต่งหน้า แต่ด้วยความเห็นสองตัวนี้แล้วมันคันๆ ก็เลยลองซื้อมาลองทั้งสองตัวที่เค้าจัดเซท ได้ลองทั้งสองตัว ในราคาประหยัดแถมได้ใต้ตามาอีกตัว เรียกได้ว่าคุ้มนะ เออ!!

Becca Jet Set Glow! Prep and Prime Kit
ก่อนอื่นเรามาพูดถึงเรื่องความสำคัญในการลงไพร์มเมอร์ก่อน หลายคนบอกว่าจำเป็น หลายคนบอกว่าไม่ แต่ปุ๋ยว่า จะไม่หรือจะใช่ มันขึ้นอยู่กับความสบายใจของแต่ละคน แต่โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่า ไพร์มเมอร์จะช่วยทำให้เครื่องสำอางติดทนนานกับผิวหน้ามากขึ้น หน้ามันช้าลง และช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียนก่อนที่จะลงรองพื้น ยิ่งถ้า finish ด้วย setting spray นะ กริ๊บทั้งวัน บอกเลอออ

มาดูข้อแตกต่างกัน ระหว่างสองตัวนี้ Firstlight vs Backlight







จะสังเกตว่าสีม่วงเนื้อผลิตภัณฑ์ บีบออกมาแล้ว เวลาเอียงมือปุป นางจะไหลนะ ก็คือ เนื้อจะเหลวๆ เหมาะสำหรับคนหน้ามันมากกว่า


รูป

สี/เนื้อผลิตภัณฑ์
firstlight : เนื้อจะออกเหลวนิดๆ เป็นโลชั่น สีม่วง แต่ทาออกมาแล้วไม่ม่วง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะเป็นสีม่วง ทาแล้วความสว่างจะบังเกิดแก่หน้าท่าน ดุจมีแสงอาทิตย์ยามแรกส่องแสง
backlight: เนื้อจะเป็นสีครีมๆ เนื้อจะข้นกว่า firstlight นิดหน่อย พร้อมมีชิมเมอร์บางเบา ให้หน้าโกล์วๆ ฉ่ำๆ 

สำหรับผิว
firstlight : ทุกสภาพผิวใช้ได้หมด แต่เหมาะสำหรับผิวมันเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เนื้อจึงออกเหลวๆ สามารถช่วยให้หน้าไม่หมองระหว่างวันได้ดี สำหรับคนที่แต่งหน้าแล้วรู้สึกว่า ระหว่างวันหน้าหมองๆ ตัวนี้ แนะนำค่ะ
backlight: ทุกผิวใช้ได้หมดเช่นกัน เหมาะสำหรับผิวมัน ที่ไม่ต้องการลุคแมทท์ เหมาะมากสำหรับสาวผิวมันที่ชอบความโกล์ว ควบคุมมัน แต่ยังให้ความโกล์ว (ฟังดูดียยยย์)

สรุป ความเห็นส่วนตัวนะ.... มันจะแยกกันมาทำไมวะ? ก็ในเมื่อคนส่วนใหญ่เค้าก็ชอบ ให้หน้าไม่หมองไม่มัน ไม่คล้ำระหว่างวัน แต่โดยขณะเดียวกัน ผิวก็ดูโกล์วสุขภาพดีฉ่ำๆวาวๆ ตลอดวัน ใครไม่ชอบงานผิวบ้างวะ ถามจริง
เลือกไม่ได้ใช่ป่ะล่ะ??
เหมือนกันค่ะ
เพราะฉะนั้น สองทางเลือกของท่าน
demon: เลือกไมอ่ะ ซื้อสองอันเด้ กลัวไร เด่วก็ได้ใช้...
angel: จะซื้อทั้งสองอัน มันก็แหม่งๆอยู่นา ซื้ออันเดียวก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยวค่อยเปลี่ยนใหม่ ถ้าหมด

ส่วนความเห็นส่วนตัว.... ถ้าให้เลือกจริงๆ เอาสีม่วง firstlight ละกัน เพราะเวลาปุ๋ยทา มันให้ความรู้สึกว่า เย็นๆสบายๆหน้า ไม่หนักเลย เนื่องจากว่าเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นออกเหลวๆนิดนึง ทาแล้วหน้าสว่าง แต่ไม่วอก ไม่ขาวเกินไป แล้วหน้าก็ไม่ม่วงด้วย
เสียอย่างเดียว ไม่มีกันแดด... ถ้ามีกันแดด ก็ทาเดี่ยวๆไปได้เลย เดินหน้าไบรท์ออกจากบ้าน ครุคริๆ


Welcome to My Astrophytum world =)

ความชอบของปุ๋ยอีกอย่างนอกเหนือจากเครื่องสำอาง คิตตี้ หมา ของจุ้กจิ้ก และ เอิ่ม... อีกมายมาก นั่นก็คือ

แคคตัส!!!!

แต่เป็นเฉพาะประเภทนะ ชอบกระบองเพชร ประเภท ไม่มีหนาม
เพราะเปลี่ยนกระถางที เจ็บมือไปหมด ไม่ไหวๆ เข็ดๆ

ขอเรียก กระบองเพชรว่าแคคตัสแทนละกันนะ เพราะว่า มันพูดรวมได้หมด
ประเภทที่ปุ๋ยชอบจะได้แก่ astrophytum ซึ่งมีรูปร่างเฉพาะแปลก มีตุ่มๆ นุ่มๆ เหมือนตูดกระต่าย เอิก ๆ
บางต้นก็จะมี ลายๆ วีๆ หรือบางต้นก็จะเรียบๆ เขียวๆปกติ

astrophytum asterias (แอสโตรไฟตัม แอสทีเรียส) คือ แคคตัสประเภทนี้ เช่นนี้.....



มีหลายแบบหลายประเภท แต่ที่สังเกตได้ง่ายๆเลยคือ จะเป็นคล้ายๆ ยานอวกาศ... เอิกๆๆๆ
แอสโตรนั้น จะแบ่งเป็นประเภทย่อยๆ ได้อีกหลากกกกหลายยยยประเภทอีกมากมาย ซึ่งตอนแรกๆ ปุ๋ยก็งงๆ ว่ามันจะอะไรนักหนาวะ ชื่อแต่ละอัน งงม๊ากกกกก แต่ไปๆมาๆ เดี๋ยวก็จำได้เองแหละ อยากจะบอก

แต่โพสต์นี้ แค่อยากจะแนะนำให้รู้จัก แคคตัสชนิดนี้กันก่อน เค้าน่ารักกกก ฟูๆๆ นุ่มๆๆ น้าาาา
ดูไปเรื่อยๆ ละพวกเทอออว์จะหลงรักนาง





รีวิว Tom Ford Matte Lipstick สี Black Dahlia แซ่บระเบิดระเบ้ออ!!

ต้องบอกก่อนว่า

ปุ๋ยเป็นคนหน้าดุ "มาก"....

เนื่องจากเป็นคนที่ หางตาเฉี่ยวขึ้น และ หน้านิ่งจัด ไม่ค่อยยิ้ม คนมักจะหาว่าหยิ่ง แต่จริงๆ เค้าป่าวววหยิ่งนะ ><"




สืบเนื่องมาจากว่า ได้ดู youtube review ไปเรื่อยๆ ตามประสา และได้เจอหลายๆ คน รีวิวลิปสติก ทอมฟอร์ด ซึ่งเค้าบอกว่า แบรนด์ทอมฟอร์ดเนี่ย เลื่องชื่อลือชามาก กับลิปสติก ประมาณว่าแบบ

ผู้หญิงที่ชอบลิปสติก ต้องมีทอมฟอร์ดซักหนึ่งแท่ง

และแล้ว เราก็ได้ฤกษ์... ด้วยอภินันทนาการจากพี่สาวสุดเลิฟ หึหึหึ และจัดสีเจ็บสุดมาซะด้วยนั่นคือ...

แต่นแต๊นนนน

Tom ford matte lipstick - black dahlia

บึ้มมม Black Dahlia
หลายคนถามว่า นั่นมัน ใกล้จะสีดำละนะ .... อะฮะ ช่ายเลย แต่ทาออกมาสวยนะยะ จะบอกให้
don't judge a book by its cover


ความรู้สึกแรกที่ทาคือ อู้วววว ทาแล้วหน้าชั้นดุเฟร่อร์ แต่ชอบว่ะะะ โคตรจิกเลย แล้วสีที่ทาออกมา แค่รอบเดียวเนี่ย ไม่ได้ดำปื้ดเหมือนในแท่งด้วยนะ มันออกแนว แดงม่วงเข้มม แล้วอีกอย่าง ลิปสติกเนื้อแมทท์ส่วนใหญ่เนี่ย เนื่องจากปุ๋ยเป็นคนติดปากมันอะนะ แต่มีทอมฟอร์ดนี่แหละ ที่ทาเนื้อแมทท์แล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าเหมือนทาแมทท์อยู่ เพราะมันไม่ได้แห้ง มันแค่ดูแห้ง แต่มันไม่ได้แห้ง... งงป่ะ?
เออ พิมพ์เอง งง เอง เด่วๆ มีสติละ แปปนึง...

เรียบเรียงแล้วได้ประโยคแบบมีสติว่า..
เป็นลิปสติกเนื้อแมทท์ ที่ทาแล้วปากไม่แห้งนั่นเอง !!! เอออออ กว่าจะนึกได้

อีกอย่างที่ชอบของลิปตัวนี้เนี่ย เป็นเพราะมัน "layer" ได้
นึกถึงลิปสติกบางตัวที่ทาเท่าไหร่ ก็ยังเป็นสีเดิมมะ แต่อันเนี้ยย ทารอบแรกสีม่วงเข้ม รอบสอง เข้มไปอีก รอบสาม ม่วงดำ ยิ่งทับยิ่งเข้มนั่นเอง คือ เม็ดสีเค้าแน่นเว่อร์จริงๆ จะเปรียบเทียบให้ดู




ซ้าย ปาดครั้งเดียว 
กลาง ปาดสองครั้ง
ขวา ปาดสามครั้ง

จะเห็นว่าสีจะเข้มมากเรื่อยๆ 
ถ้าอยากจะเผ็ชชชเว่อร์ก็ ปาดไปเลย สามรอบจ้า

ติดอยู่เรื่องเดียว....

"ราคาแพง"

แต่ถ้านึกถึงว่าเรื่องเกี่ยวกับเม็ดสีหรือความแมทท์ที่ไม่แห้งนั้น ถ้าคิดว่ารับราคาได้ ก็โอเค แต่ถ้าคิดว่าชอบสีจุงงง แต่แพงจัง เรามีทางเลือกให้คุณ... ประหยัดไปเป็นพันจ้าา สีใกล้เคียงกันมากกกกกกก
top dupe เลย ก็คือ
Mac lipstick สี Sin นั่นเอง เทียบให้ดู... มามะ

credit: temptalia


ถึงเวลาให้ดาวกันดีกว่า เอาจริงๆ ไม่อยากหักดาว เพราะว่า เนื่องจากชอบหมดทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียว ไม่ปลื้มราคาเท่าไหร่ แล้วเอาจริง ๆ มันเป็นสีที่ ไม่ได้สามารถทาได้ทุกวัน เป็นสีที่ทายากพอสมควร
แต่อย่าดูแค่สีที่แท่งนะ ให้ดู swatch สีที่แขนปุ๋ย เพราะสีมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันเป็นสีทำนอง ม่วงกล้วยไม้เข้มๆ หน่อย






โดยรวมให้ ⭐⭐⭐ (3.0/5.0)
** ถ้าไม่ติดเรื่องราคาและ สีที่ทายาก ขอให้ 5.0 ไปเลย พูดจริงๆ เพราะว่า ด้วยเรื่องเนื้อของผลิตภัณฑ์เอย เม็ดสีเอย คือดียยย์


รีวิว: FRESH sugar lip caramel hydrating balm ลิปบาล์มแก้ปากแห้ง แสนอร่อย

ต้องเกริ่นก่อนว่า ตัวเองเป็นคนเรื่องมากกับเรื่องลิปมัน หรือลิปบาล์มมากกกกก เพราะเป็นคนที่ ใช้อะไรก็แพ้ โดยเฉพาะกับปาก... (รำคาญตัวเองเหมือนกันนะ) อย่าง ซื้อมาตัวนึง ดีม๊าก มาก ใช้ไปสองอาทิตย์ ดันแพ้... ซะงั้น = ="

นี่ เรากำลังนอกเรื่องกันอยู่

Fresh sugar lip caramel hydrating lip balm - Caramel
รีวิว ตัวนี้กันดีกว่า FRESH Sugar lip caramel hydrating lip balm
ราคา 740 บาท ขนาด 6g


ก่อนอื่น ด้วยตัวปุ๋ยเอง ความรู้สึกต่อแบรนด์นี้อยากจะบอกว่า ถูกใจสินค้าของเค้าหลายตัวมาก ๆ และคิดอยากจะลอง เพราะ ความรู้สึกว่าเค้าให้ความเป็นธรรมชาติ แบบ ออร์แกนิ๊คคคค ออร์แกนิคอะ และตัวแรกที่เคยสุ่มลองใช้ จะเป็น lip balm แบบ tinted ซึ่ง "ดีมากก"  คือไม่แพ้ เนื้อดี ไม่ต้องทาบ่อย แถมไม่ต้องลงลิปสติกทับอีกด้วย เหมาะสำหรับคนขี้เกียจ เช่น ดิฉัน... โห้ะๆๆ (ไม่ใช่อะไร พอดีบางทีรีบๆ ไงเนาะ ปาดๆๆ จบ เข้าใจโนะ) เสียอยู่อย่างเดียว หมดไวไปนิด .... ซึ่งไม่รู้ว่าจะโทษว่าเป็นข้อเสียของสินค้าได้หรือเปล่านะ เพราะว่า โดยส่วนตัวแล้ว เป็นคนที่ติดลิปมันมากกกก ถึงมากที่สุด เพราะทาทั้งวัน กินน้ำเสร็จ ก็ทา เข้าห้องน้ำเสร็จล้างมือก็ทา ว่างๆ ก็หยิบมาทา... คือแบบ ไปไหนต้องมีลิปมัน ถ้าไม่มี คือยอมเข้าร้านซื้อใหม่ทันทีอ่ะ เอางี้ดีกว่า

มาพูดถึงตัวนี้กันดีกว่า ตัวใหม่ล่า มาแรงงส์ ด้วยความที่เราเห็นในเวบโนะ อุ้ย กลิ่นคาราเมล หอมหวาน
พอลองไปดม... อู้วววว หอมหวานจริงๆ ด้วย แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะว่า ด้วยความที่ชอบใจตัว tinted lip balm ของ fresh อยู่แล้ว แล้วพอได้ลองตัวนี้ปุป เนื้อดี ไม่ต้องทาซ้ำบ่อย ที่สำคัญ...

"อร่อย"...

คะแนนรวม: ★★★★✯ (4.7/5.0)
เพิ่มเติม: คะแนนพุ่งกระฉูดสูง ถือว่า เป็นโปรดักส์ที่คิดว่าหมดแล้วจะหาซื้อซ้ำอีก เนื่องจาก เนื้อติดดี ชุ่มชื่นทั้งคืน ไม่แพ้ กลิ่นหอมสมชื่อ แต่ขอหัก 0.3 เรื่องแพคเกจจิ้ง เพราะว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนง่าย ถ้าจะให้ดี จะชอบเป็นแบบบีบทามากกว่า จะทำให้เนื้อโปรดักส์ที่ยังไม่ได้ใช้ยังไม่ได้ถูกสัมผัสจากมือ





Welcome Back and Everyday MUST HAVE items!!!

ไม่ได้โพสต์มากี่ปีเนี่ย.... เออ ช่างมันเถอะ ชั้นตกเลขตั้งแต่มัธยมละ.. เชิดใส่....
แต่เอาเป็นว่า หนูจะกลับมาโพสต์ใหม่แล้วนะค้าาาาาาาาาาาา และจะรีวิวเรื่อย ๆ ไป อัพเดทความบ้าบอในชีวิตประจำวัน ที่....ไม่ค่อยจะทำอะไรเท่าไหร่ อิอิ
--------

ไอเทมบิวตี้ที่ต้องพกติดกระเป๋าทุกครั้ง อารมณ์ประมาณว่า ชั้นไปไหน ต้องมีเทอ.. ถ้าไม่มี ชั้นอาจจะแย่!!!


คิดถึงในวันที่แบบว่า ไม่สามารถเอากระเป๋าใบใหญ่กว่าสองอุ้งมือได้อะนะ เลือกได้ก็ต้องเลือกที่สำคัญที่สุดว่าจะต้องมีอะไรบ้าง คาดว่าทุกคนน่าจะมีอย่างน้อยคนละซักชิ้น (ไม่นับรวมมือถือและเงินนะ!!! ><) แต่สำหรับคนบ้าหอบฟางอย่างปุ๋ยแล้วล่ะก็...​หึหึหึ กี่ชิ้นดีล่ะ มาดูกัน

1. Lip balm - ต้องเป็นตัวที่ไม่แพ้ด้วยนะ วาสลีน หรือ อะไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้เรามีบิวตี้ไอเทม เฟฟตัวใหม่ ไว้มารีวิวกัน...

2. Lip stick - ขึ้นอยู่กับการแต่งตัว ว่าวันนั้นแต่งเป็นในแนวไหน ทาสีไหนเหมาะที่สุด 

3. ยาแก้คันญี่ปุ่น - อันนี้มันต้องมี เพราะเป็นมนุษย์ดึงดูดยุงมากก ไม่รู้ทำไม ยาทาแก้คันส่วนใหญ่แล้ว (นอกจากยาหม่องหรือยาดม) มันทาแล้วไม่เย็น ไม่หายคัน เลยพยายามเสาะหายาแก้คันหลายยี่ห้อมาตั้งแต่เด็กกกกกกยันโตตตต จะแก่ มาเจอยี่ห้อนี้!!!!!


ซึ่งเราอ่านไม่ออกว่ามันยี่ห้ออะไร.... แต่เอาเป็นว่า ถ้ามีคนรู้จักไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ ปุ๋ยก็จะฝากซื้อตลอดเว และเป็นไอเทมที่พกติดกระเป๋าตลอดเวลา!! 

4. กระดาษซับมัน - ขอเปลี่ยนเป็นเรียกว่าฟิล์มซับมันน่าจะเวิร์คกว่านะ เพราะกระดาษมัน กรอบๆแกรบๆ มันรู้สึกบาดหน้ายังไงไม่รู้วววว หลายคนชอบใช้ฟิล์มชนิดนี้ ผิดวิธี!!!
..... ผิดยังไงล่ะ อะ ชื่อบอกอยู่แล้วว่า "ซับ"มัน ไม่ใช่ "เช็ด" มันย่ะ!!
วิธีใช้กระดาษซับมันที่ถูกต้อง และใช่แน่นวล คือ แปะลงไปบนหน้า และกดเบาๆ ทำอย่างนี้จนทั่วหน้า จึงจะถูกต้องนะครัชทุกท่าน
ในกรณีที่ไม่มีจริงๆ กระดาษซับมัน ซี้เลี้ยวววว ไอเทมกันตายคือ กระดาษทิชชู่ จ้าา

5. ตลับแป้ง - เอาจริงๆนะ เป็นคนไม่เติมแป้งหรอก น้อยมั่กๆ ถึงจะเติมครั้งนึง แต่ที่เอาไปด้วยเพราะว่า มันเป็นมัลติฟังชั่นนั่นเอง อธิบายอย่างนี้ นางมีกระจก.. นางมีแป้ง.. นางมีพัฟ..
กระจกสามารถส่องหนังหน้า ส่องอาหารติดฟัน (555+) แป้งสามารถกลบรอยดำใต้ตา มาสคาร่าไหล ป้องกันแพนด้าทักทาย หรือเติมระหว่างวันได้ และพัฟโดยที่ไม่ต้องใช้แป้ง นางสามารถใช้แทนกระดาษซับมันได้~~~ (ซึ้งง..)